วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ถึงกับร้องอ๋อ!! ไขข้อข้องใจ ทำไมออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่หายอ้วนซักที!??

ปัญหารูปร่างไม่ได้สัดส่วน ไม่กระชับ มีไขมันส่วนเกินเยอะ เป็นปัญหาที่ประสบพบเจอโดยทั่วกันไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือชาย ฉะนั้นการรู้จักสำรวจตัวเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับการสร้างรูปร่างเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่มีรูปร่างดี ย่อมเป็นต่อผู้ที่มีร่างกายอ้วนท้วม หรือผอมแห้ง ไมว่าจะเป็นในเรื่องของความประทับใจเมื่อพบเห็นหรือจะเป็นด้านของสุขภาพร่างกายก็ตาม ในสังคมปัจจุบันนี้หลายๆ คนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่างเริ่มหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่ทว่า! ไม่ว่าจะหักโหมออกกำลังกายหนักหน่วงมากมายแค่ไหน รูปร่างกลับไม่ดีขึ้นเลย นั่นก็เพราะว่าบางทีท่านอาจจะมีพฤติกรรมเหล่านี้ที่คอยขัดขวางการสร้างรูปร่างที่ดีของตัวเองอยู่ก็ได้ พฤติกรรมที่ว่าจะมีอะไรบ้าง เชิญไปสำรวจกันได้เลย!!

งมงายอยู่กับตัวเลขบนหน้าจอเครื่องคาร์ดิโอ
ไม่ว่าคุณจะเล่นเครื่องคาดิโอแบบไหน สิ่งเดียวที่คุณยึดมาเชื่อถือได้คือ "จำนวนนาที" เท่านั้น ส่วนค่าอื่นๆ เช่น ระยะทาง แคลอรี ฯลฯ อย่าไปเชื่อมันเลย ตั้งเป้ากับการคาร์ดิโอได้ต่อเนื่องที่นาน และท้าทายขึ้น เช่น วิ่งได้เร็วขึ้น เดินได้ชันขึ้น หรือคาร์ดิโอได้นานขึ้น จะเห็นผลกว่าการไปงมงายกับตัวเลขแคลอรีบนหน้าจอ

 ไม่รู้จักเสริมสร้างกล้ามเนื้อบ้าง
ควรออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน หรือการสร้างมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นนั่นเอง อย่ามัวแต่คาร์ดิโออย่างเดียว

 กินไม่เป็น
เมื่อคุณใช้พลังงานไปกับการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นแบบเบาหรือหนัก สิ่งหนึ่งที่ตามมาคืออาการหิว ควรใส่ใจกับสิ่งที่จะกินเข้าไปโดยคำนวณจากจำนวนแคลอรีของอาหารก่อนรับประทาน (ปกติร่างกายของผู้ชายต้องการพลังงาน 1,800–2,500 กิโลแคลอรี ส่วนผู้หญิงประมาณ 1,500–2,000 กิโลแคลอรี) ลองคำนวณง่ายๆ จากอาหาร 1 มื้อที่รับประทานว่าโดยเฉลี่ยแต่ละจานนั้นให้พลังงานกี่กิโล ตั้งเป้าการเผาผลาญพลังงานที่คุณได้รับในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายได้ดึงเอาไขมันสะสมออกมาใช้

ไม่เคยกำหนดเป้าหมาย
ออกกำลังกายก็เหมือนกับชีวิตคนเรา ต้องมีเป้าหมายและพยายามมุ่งไปให้ถึง หลายคนเคยชินกับการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือ วิ่งรอบสนาม วิ่งไปจนเหนื่อย พอเหนื่อยก็หยุด ถ้าใครยังทำแบบนี้อยู่ก็ลองเปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย หันมากำหนดเป้าหมายดู เช่น เริ่มกำหนดเวลาในการวิ่งที่แน่นอนว่าต้องวิ่งไปกี่นาทีถึงจะหยุดเดิน หรือ พักได้ คิดเฉลี่ยคนเราควรวิ่งประมาณ 30-40นาที ก็ลองตั้งเป้าดู สมมุติว่าวิ่งได้แค่ 10 นาที แล้วเหนื่อย ก็พักโดยการเดิน แล้วก็วิ่งใหม่อีก 10 นาที จนครบ 3 ครั้ง แต่ว่าระวังอย่าพักเดินนานเกินไปเวลาที่พักเดินควรจะน้อยกว่าเวลาที่ใช้วิ่ง ค่อยๆฝึกแบบนี้ไปไม่นานก็จะสามารถวิ่งต่อเนื่อง 30 นาทีได้อย่างสบายๆ


เนื้อหาโดย : นสพ.มติชน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 
 
Copyright © Yim Smile
Blogger Theme by BloggerThemes