สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ส.ค. อ้างอิงผลการศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสารการแพทย์อังกฤษ ( บีเอ็มเจ ) ซึ่งเป็นการวิจัยร่วมกันระหว่างทีมงานจากสหรัฐ สิงคโปร์ และอังกฤษ วิเคราะห์ข้อมูลจากรายงาน 3 ชิ้นของสมาคมพยาบาลสหรัฐ ระหว่างปี 2527-2551 2534-2552 และ 2528-2551 ที่เป็นการสอบถามเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่รวมถึงการรับประทานอาหาร น้ำหนักตัว ส่วนสูง และอื่นๆ ของพยาบาลและอาสาสมัครรวมกว่า 187,000 คน
โดย
ในส่วนของการรับประทานอาหารนั้น คำถามหนึ่งเกี่ยวข้องการรับประทานผลไม้
ที่ผู้จัดทำแบบสอบถามจับเป็นหมวดหมู่ ได้แก่ องุ่นกับลูกเกด
พีช-พลัมกับแอปริคอต กล้วย แคนตาลูปหรือเมลอน แอปเปิ้ลหรือลูกแพร์ ส้ม
ผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น สตรอเบอรี และบลูเบอรร์รี นอกจากนี้
ยังมีคำถามเกี่ยวกับน้ำผลไม้ ได้แก่น้ำแอปเปิ้ล น้ำส้ม น้ำเกรปฟรุต
และอื่นๆ
ผล
การวิจัยปรากฏว่า ผู้ที่บริโภคผลไม้สด โดยเฉพาะบลูเบอร์รี องุ่นและแอปเปิ้ล
อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ถึง 23% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานผลไม้ ทั้งนี้
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักทำให้ผู้ป่วยอ้วน
และบางคนต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ส่วน
ผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด 1-2 แก้วต่อวัน
กลับเพิ่มความเสี่ยงจะป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดเดียวกันนี้ 21%
โดยตลอดระยะเวลาการเก็บข้อมูล มีเพียง 6.5% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น
ที่มีแนวโน้มจะป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2
แม้
ทีมนักวิจัยยอมรับว่า ยังต้องรวบรวมข้อมูลอีกมาก
เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่า
ผลไม้สดเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงการป่วยด้วยโรคเบาหวานได้อย่างไร
แต่ผลไม้จำพวกเบอร์รีมีสาร "แอนโทไซยานิน"
ที่เป็นสารให้สีธรรมชาติในอาหารอยู่มาก
ซึ่งสารดังกล่าวมีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ
ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันได้
(Source : เดลินิวส์ )


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น